Alt Text คืออะไร? วิธีเขียนและตั้งชื่อรูปภาพให้ติดอันดับ SEO และรูป AI

Alt Text คืออะไร? วิธีเขียนและตั้งชื่อรูปภาพให้ติดอันดับ SEO และรูป AI

Table of Contents

Key Takeaway

  • Alt Text คือข้อความ Alternative Text ที่ใช้เป็นข้อความทางเลือกของรูปภาพ ช่วยให้ผู้ใช้ Screen Reader เข้าใจความหมายหรือจุดประสงค์ของภาพ และยังเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ Search Engine เข้าใจบริบทของรูปภาพได้ดีขึ้น
  • การตั้งชื่อรูปภาพมีส่วนช่วยด้าน Image SEO แต่เป็นคนละส่วนกับ Alt Text ควรใช้ชื่อไฟล์ที่สั้นและสื่อความหมาย เช่น alt-text-seo-example.webp แทนชื่อทั่วไปอย่าง IMG0001.jpg
  • การใส่ Alt Text ช่วยให้ Search Engine เข้าใจเนื้อหาและบริบทของรูปภาพได้ดีขึ้น จึงสนับสนุนการทำ Image SEO และเพิ่มโอกาสให้รูปภาพถูกค้นพบผ่าน Google Images

รูปภาพเป็นองค์ประกอบสำคัญของเว็บไซต์ที่ช่วยให้เนื้อหาเข้าใจง่ายและน่าสนใจมากขึ้น แต่การมีรูปภาพเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอหาก Search Engine และเทคโนโลยีช่วยการเข้าถึงไม่สามารถเข้าใจได้ว่าภาพนั้นสื่อถึงอะไร Alt Text คือข้อความ Alternative Text ที่ช่วยอธิบายความหมายหรือหน้าที่ของรูปภาพให้ทั้งผู้ใช้งานและ Search Engine เข้าใจบริบทได้ดียิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนการทำ Image SEO และ Accessibility อย่างเหมาะสม 

บทความนี้จะพามาดูกันว่าการทำข้อความแสดงแทนรูปภาพหรือ Alt Text คืออะไร? สำคัญต่อการทำ SEO อย่างไร ควรตั้งชื่อรูปภาพแบบไหน และต้องเขียน Alt Text อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงแนวทางสำหรับ Alt Text AI ที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในยุคที่ธุรกิจใช้ Generative AI สร้างภาพสำหรับเว็บไซต์

Alt Text คืออะไร? สำคัญกับเว็บไซต์อย่างไร

Alt Text คืออะไร? สำคัญกับเว็บไซต์อย่างไร

Alt Text คือข้อความที่ใช้เป็นทางเลือกแทนรูปภาพบนเว็บไซต์ โดยคำว่า Alt Text ย่อมาจาก Alternative Text และมักถูกกำหนดผ่าน alt attribute ภายในแท็ก <img> ของ HTML หน้าที่สำคัญเพื่อแสดงแทนรูปภาพ เมื่อรูปภาพไม่สามารถดาวน์โหลดได้ ช่วยเพิ่มการเข้าถึงและให้ User สามารถเข้าใจเนื้อหาของภาพ อีกทั้งยังสามารถค้นหาด้วยรูปภาพ หรือ Google Image Search ได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่าง เช่น

  • <img src=”seo-dashboard.webp” alt=”แดชบอร์ดแสดง Organic Traffic ของเว็บไซต์”>

ข้อความ แดชบอร์ดแสดง Organic Traffic ของเว็บไซต์ คือ Alt Text ของรูปภาพนี้

ในมุม SEO นั้น Alt Text ช่วยเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับรูปภาพให้ Search Engine โดย Google Search Central อธิบายว่า Google ใช้ Alt Text ร่วมกับเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์และระบบ Computer Vision เพื่อทำความเข้าใจ Subject Matter ของรูปภาพ ดังนั้น Alt Text จึงควรทำงานร่วมกับบริบทโดยรอบ ไม่ควรถูกมองเป็นปัจจัยเดี่ยวที่ใส่แล้วทำให้อันดับดีขึ้นทันที

จากประสบการณ์ของทีม minimice Group ในการตรวจสอบ On-page SEO พบว่าเว็บไซต์จำนวนไม่น้อยมีรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการอย่างดีอยู่แล้ว แต่ Alt Text ยังเป็นคำกว้างอย่าง image product หรือ SEO ทำให้ข้อมูลที่ควรใช้ช่วยอธิบายภาพสูญเสียรายละเอียดไป การปรับ Alt Text จึงควรมองทั้งความหมายของภาพและความสัมพันธ์กับหน้าเว็บไซต์พร้อมกัน

ตัวอย่างการใส่ Alt Text ให้เหมาะกับเว็บไซต์

การใส่ Alt Text สามารถทำได้ทั้งผ่านระบบ CMS อย่าง WordPress และการกำหนดโดยตรงใน HTML หลักการสำคัญไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือที่ใช้ แต่คือข้อความต้องสามารถอธิบายภาพได้ตรงกับบริบทจริง 

การใส่ Alt Text ใน WordPress

สำหรับ WordPress สามารถเพิ่ม Alternative Text ได้จาก Media Library หรือจากการตั้งค่าของ Image Block ในหน้า Editor เมื่อเลือกรูปภาพจะมีช่องสำหรับกรอก Alt Text โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขโค้ดด้วยตนเอง

ตัวอย่าง เช่น เว็บไซต์ E-Commerce มีภาพกระเป๋าสีดำ สามารถเขียนได้ว่า

  • <img src=”black-classic-bag.webp” alt=”กระเป๋าหนังสีดำทรงคลาสสิก”>

หากชื่อแบรนด์หรือชื่อรุ่นเป็นข้อมูลสำคัญของสินค้า สามารถเพิ่มลงไปได้ เช่น

  • <img src=”aaa-classic-black-bag.webp” alt=”กระเป๋าหนังสีดำรุ่น Classic แบรนด์ AAA”>

ข้อความที่ใช้ควรสะท้อนสิ่งที่อยู่ในภาพจริง ไม่จำเป็นต้องนำคำค้นหาหลายคำมาเรียงต่อกันเพื่อหวังให้ภาพครอบคลุม Keyword จำนวนมาก

การใส่ Alt Text ผ่าน HTML

เว็บไซต์ที่พัฒนาด้วย HTML สามารถเพิ่ม alt attribute ภายใน <img> ได้โดยตรง เช่น

  • <img src=”/images/linen-black-shirt.webp” alt=”เสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีดำแขนยาว”>

หรือในกรณีภาพที่เกี่ยวข้องกับการทำ SEO

  • <img src=”/images/keyword-ranking-report.webp” alt=”รายงานอันดับ Keyword และ Organic Traffic ของเว็บไซต์”>

หากรูปภาพทำหน้าที่เป็น Link จำเป็นต้องพิจารณาข้อความทางเลือกให้สามารถสื่อถึงจุดประสงค์ของลิงก์ได้ด้วย ไม่ควรอธิบายเพียงรูปลักษณ์ของ Icon หรือภาพเท่านั้น

Alt Text สำคัญต่อ SEO อย่างไร

Alt Text สำคัญต่อ SEO อย่างไร

Alt Text เป็นองค์ประกอบหนึ่งของ Image SEO ที่ช่วยให้ Search Engine มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพและความสัมพันธ์ระหว่างภาพกับหน้าเว็บไซต์ หากทำร่วมกับ Content ที่มีคุณภาพ Technical SEO ที่เหมาะสม และโครงสร้างเว็บไซต์ที่ Search Engine เข้าใจได้ง่าย ก็สามารถช่วยเพิ่มโอกาสให้ภาพและหน้าเว็บถูกค้นพบจาก Search ได้มากขึ้น

1. ช่วย Search Engine เข้าใจบริบทของรูปภาพ

Search Engine ไม่ได้พิจารณา Alt Text เพียงส่วนเดียวในการทำความเข้าใจภาพ Google ยังพิจารณาข้อความรอบภาพ เนื้อหาของหน้า และใช้เทคโนโลยี Computer Vision ประกอบกันด้วย

ดังนั้น Alt Text ที่ดีควรช่วยเติมบริบทให้ชัดเจน เช่น หากภาพเป็นกราฟจาก Google Search Console การเขียนเพียง alt=”SEO” ยังให้ข้อมูลน้อยกว่าการเขียนว่า

  • alt=”กราฟแสดง Organic Clicks ของเว็บไซต์เพิ่มขึ้นในช่วง 6 เดือน”

ข้อความแบบหลังช่วยอธิบายว่าองค์ประกอบในภาพกำลังนำเสนอข้อมูลอะไร และสัมพันธ์กับเนื้อหาในหน้าอย่างไร

2. เพิ่มโอกาสค้นพบผ่าน Google Images

รูปสินค้า Infographic กราฟ ภาพขั้นตอนการใช้งาน และภาพประกอบบางประเภทมี Search Intent ของตัวเอง ผู้ใช้งานจึงอาจค้นพบเว็บไซต์ผ่าน Google Images ก่อนเข้าสู่หน้าเนื้อหาหลัก

Google แนะนำให้ใช้รูปภาพคุณภาพดีและวางภาพใกล้กับข้อความที่มีความเกี่ยวข้อง พร้อมใช้ Alt Text ที่อธิบายภาพอย่างเหมาะสม ซึ่งช่วยให้ระบบมีบริบทมากขึ้นในการทำความเข้าใจรูปภาพ

สำหรับธุรกิจ E-Commerce ประเด็นนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งต้องการเห็นรูปลักษณ์สินค้า สี รุ่น หรือรูปแบบการใช้งานก่อนตัดสินใจเข้าเว็บไซต์ การทำ Image SEO จึงช่วยสร้างอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงสินค้าได้

3. ช่วยด้าน Web Accessibility

ประโยชน์ของ Alt Text ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ SEO เพราะจุดประสงค์หลักอีกด้านคือ Accessibility ผู้ที่ใช้งาน Screen Reader สามารถเข้าใจความหมายและหน้าที่ของภาพผ่านข้อความทางเลือกได้

หากรูปภาพเป็นข้อมูลสำคัญ เช่น แผนภูมิแสดงยอดขาย ขั้นตอนการสมัครบริการ หรือ Infographic ที่สรุปกระบวนการ ผู้เขียนจึงควรพิจารณาว่าหากผู้ใช้งานมองไม่เห็นภาพ จะยังสามารถเข้าใจข้อมูลสำคัญจากหน้าเว็บได้หรือไม่

4. สนับสนุน Image SEO โดยรวม

การใส่ Alt Text ไม่ได้หมายความว่ารูปภาพหรือเว็บไซต์จะติดหน้าแรกโดยอัตโนมัติ แต่เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยให้ Image SEO มีข้อมูลครบขึ้น Google ใช้ข้อมูลจาก Alt Text ร่วมกับข้อความใกล้ภาพ บริบทของ Landing Page และระบบวิเคราะห์ภาพ

ดังนั้นการทำ Alt Text ควรทำควบคู่กับการเลือกภาพที่เกี่ยวข้อง การตั้งชื่อรูปภาพให้สื่อความหมาย การวางภาพใกล้เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง การปรับขนาดไฟล์เพื่อรักษาความเร็วเว็บไซต์ และการทำ SEO ในภาพรวม

จากประสบการณ์ของทีม minimice Group การ Audit รูปภาพโดยดูเพียงว่ามี Alt Text หรือไม่มีอาจยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่พบได้บ่อยคือเว็บไซต์มี Alt Text ครบแต่ข้อความซ้ำกันหลายภาพ หรือใช้คำที่ไม่สามารถบอกความแตกต่างของแต่ละรูปได้ การตรวจคุณภาพของข้อความจึงควรเป็นส่วนหนึ่งของ On-page Review ด้วย

วิธีเขียน Alt Text ให้ดีต่อ SEO

วิธีเขียน Alt Text ให้ดีต่อ SEO

หลักการเขียน Alt Text ที่ดีควรเริ่มจากผู้ใช้งานก่อน Keyword โดยข้อความต้องช่วยอธิบายภาพอย่างมีประโยชน์และสัมพันธ์กับ Context ของหน้า จากนั้นจึงพิจารณาว่าสามารถใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นธรรมชาติหรือไม่

Google Search Central แนะนำให้สร้าง Alt Text ที่มีประโยชน์และให้ข้อมูล พร้อมเตือนว่าการนำ Keyword จำนวนมากมาใส่ใน alt attribute อาจสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้ผู้ใช้งานและอาจถูกมองเป็น Spam ได้

1. อธิบายสิ่งที่สำคัญในภาพ

ควรเขียน Alt Text โดยเลือกอธิบายข้อมูลสำคัญที่ผู้ใช้งานควรรู้จากภาพ และตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออก โดยเน้นสิ่งที่สัมพันธ์กับบริบทของหน้าเว็บไซต์

ไม่แนะนำ

  • alt=”รองเท้า”

แนะนำ

  • alt=”รองเท้าวิ่งสีดำพื้นโฟมสำหรับการวิ่งระยะไกล”

ตัวอย่างหลังช่วยให้เข้าใจลักษณะของสินค้าได้ชัดเจนกว่า เพราะระบุทั้งประเภท สี และคุณสมบัติสำคัญของสินค้าที่ปรากฏในภาพ โดยไม่จำเป็นต้องใส่ Keyword จำนวนมากเกินไป

2. เขียนให้กระชับและตรงบริบท

Alt Text ไม่จำเป็นต้องอธิบายทุกวัตถุในภาพ หากรายละเอียดเหล่านั้นไม่ได้มีความสำคัญกับเนื้อหา ควรเลือกเฉพาะสิ่งที่ช่วยให้เข้าใจจุดประสงค์ของภาพ

คำอย่าง รูปภาพของ หรือ ภาพที่แสดง มักสามารถตัดออกได้หากไม่ได้เพิ่มข้อมูล เช่น แทนที่จะเขียนว่า รูปภาพของรองเท้าวิ่งสีดำ สามารถใช้ รองเท้าวิ่งสีดำพื้นโฟมสำหรับวิ่งระยะไกล ได้ทันที

3. ใช้ Keyword เมื่อเกี่ยวข้องกับภาพจริง

Keyword สามารถอยู่ใน Alt Text ได้เมื่อ Keyword นั้นอธิบายภาพได้จริง 

ตัวอย่าง เช่น บทความเกี่ยวกับ Keyword Research มีภาพ Screenshot ตารางวิเคราะห์คำค้น

สามารถใช้

  • alt=”ตาราง Keyword Research แสดง Search Volume และ Search Intent”

แต่หากภาพไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Keyword เป้าหมายก็ไม่ควรพยายามแทรกคำลงไปเพียงเพื่อให้มี Keyword ในทุกภาพ

4. ไม่ใช้ Alt Text ซ้ำโดยไม่จำเป็น

ภาพแต่ละภาพควรมี Alt Text ตามจุดประสงค์และข้อมูลของตัวเอง โดยเฉพาะเว็บไซต์ E-Commerce ที่สินค้าหนึ่งรายการมีหลายภาพ

ตัวอย่าง เช่น

  • alt=”เสื้อยืดสีดำคอกลมทรง Oversize ด้านหน้า”

และ

  • alt=”เสื้อยืดสีดำคอกลมทรง Oversize ด้านหลัง”

มีประโยชน์มากกว่าการใช้ alt=”เสื้อยืดสีดำ” ซ้ำกับทุกภาพ

5. ไม่ทำ Keyword Stuffing

การใส่ Keyword จำนวนมากไม่ได้ทำให้ Alt Text มีคุณภาพมากขึ้น เช่น

  • alt=”SEO รับทำ SEO SEO Agency SEO เว็บไซต์ ทำ SEO Google”

ข้อความนี้ไม่ได้อธิบายว่าภาพคืออะไรและยังสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อผู้ใช้ Screen Reader

ควรเปลี่ยนเป็นข้อความที่สัมพันธ์กับภาพจริง เช่น

  • alt=”ทีม SEO วิเคราะห์ Keyword และ Organic Traffic ของเว็บไซต์”

6. ใส่ชื่อแบรนด์เมื่อมีความหมายต่อภาพ

ชื่อแบรนด์สามารถใช้ใน Alt Text ได้เมื่อช่วยระบุสินค้าหรือองค์ประกอบสำคัญเช่น ภาพสินค้าเฉพาะแบรนด์ โลโก้ หรือบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานทราบว่าเป็นของแบรนด์ใด

ตัวอย่าง

  • alt=”รองเท้าวิ่ง Nike Zoom สีดำพื้น Air Zoom”

อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นต้องใส่ชื่อแบรนด์ในทุกภาพ หากภาพนั้นไม่ได้มีจุดประสงค์เกี่ยวกับแบรนด์โดยตรง

Alt Text vs Title Text ต่างกันอย่างไร

Alt Text และ Title Text เป็น Attribute คนละประเภทและมีหน้าที่แตกต่างกัน โดย alt ใช้เป็นข้อความทางเลือกของรูปภาพ ส่วน title มีหน้าที่ให้ข้อมูลเสริมเกี่ยวกับ Element และ Browser หลายประเภทอาจแสดงข้อมูลจาก Title Attribute ในรูปแบบ Tooltip

สิ่งสำคัญคือ Title Text ไม่ใช่ตัวแทนของ Alt Text และไม่ควรนำข้อความเดียวกันไปใส่ซ้ำโดยไม่มีเหตุผล เนื่องจากเทคโนโลยีช่วยการเข้าถึงแต่ละประเภทอาจจัดการข้อมูลจาก Attribute เหล่านี้แตกต่างกัน แนวทางของ W3C ยังชี้ว่าข้อมูลสำคัญไม่ควรถูกซ่อนอยู่ใน Title Attribute เพียงอย่างเดียว เพราะ Tooltip อาจเข้าถึงได้ยากสำหรับผู้ใช้บางกลุ่ม

ประเด็นAlt TextTitle TextCaption
หน้าที่หลักเป็นข้อความทางเลือกของรูปภาพให้ข้อมูลเสริมเกี่ยวกับ Elementอธิบายหรือให้บริบทของภาพแก่ผู้ใช้งานบนหน้า
ตำแหน่งอยู่ใน alt attributeอยู่ใน title attributeแสดงเป็นข้อความบนหน้า
ผู้ใช้ทั่วไปมองเห็นตลอดหรือไม่ไม่เสมอไปไม่เสมอไปมองเห็นได้
ใช้แทน Alt Text ได้หรือไม่เป็น Alt Text โดยตรงไม่ควรใช้แทนไม่ได้แทน Alt Text โดยอัตโนมัติ
เหมาะกับข้อมูลสำคัญหรือไม่เหมาะกับ Text Alternativeควรใช้เป็นข้อมูลเสริมเหมาะเมื่อข้อมูลควรให้ทุกคนเห็น

หากข้อมูลมีความสำคัญกับความเข้าใจของเนื้อหา ควรแสดงข้อมูลนั้นอยู่บนหน้าเว็บโดยตรง ไม่ควรพึ่ง Tooltip จาก Title Text เพียงอย่างเดียว

รูปภาพแบบไหนควรใช้ Alt Text

รูปภาพแบบไหนควรใช้ Alt Text

คำถามที่ถูกต้องมากกว่าการถามว่าทุกรูปต้องใส่ Alt Text หรือไม่ คือภาพนั้นทำหน้าที่อะไร หากภาพให้ข้อมูลหรือมีหน้าที่ต่อผู้ใช้งานก็ควรมี Text Alternative ที่เหมาะสม แต่หากเป็นภาพตกแต่งที่ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมก็ไม่จำเป็นต้องใส่คำอธิบาย

อย่างไรก็ตามภาพ Decorative ที่ไม่ต้องมีข้อความอธิบายยังควรมี alt=”” แทนการลบ alt attribute ออก

  • <img src=”decorative-line.webp” alt=””>

W3C Web Accessibility Initiative แนะนำให้ใช้ Empty Alt กับ Decorative Image เพื่อให้ Assistive Technology สามารถข้ามภาพนั้นได้ และอธิบายว่าการไม่มี alt attribute เลยอาจทำให้ Screen Reader บางระบบอ่านชื่อไฟล์ออกมาแทน

ภาพที่มักพิจารณาใช้ alt=”” ได้แก่

  • ภาพตกแต่งที่ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม
  • เส้นแบ่งและกราฟิกเพื่อความสวยงาม
  • Icon ที่มีข้อความข้างเคียงอธิบายหน้าที่ครบแล้ว
  • ภาพที่ซ้ำข้อมูลเดียวกับข้อความรอบภาพและไม่ได้เพิ่มสาระใหม่

ไม่ควรใช้กฎว่าทุก Icon หรือ Vector ต้องไม่มี Alt Text เพราะต้องพิจารณาหน้าที่ของ Element ก่อน หาก Icon ทำหน้าที่เป็นปุ่มหรือลิงก์ ผู้ใช้งานต้องสามารถทราบได้ว่าการกด Element นั้นจะทำอะไรหรือพาไปที่ใด

ตั้งชื่อรูปภาพอย่างไรให้เหมาะกับ Image SEO

การตั้งชื่อรูปภาพ เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ควรแยกจาก Alt Text ให้ชัดเจน ชื่อไฟล์ทำหน้าที่ระบุไฟล์รูปภาพ ขณะที่ Alt Text ทำหน้าที่เป็นข้อความทางเลือกที่อธิบายความหมายหรือจุดประสงค์ของภาพ

ตัวอย่างชื่อไฟล์ที่ไม่สื่อความหมาย

  • IMG0001.jpg

สามารถปรับเป็น

  • alt-text-seo-example.webp

หรือหากเป็นภาพรายงาน Organic Traffic สามารถใช้

  • organic-traffic-report.webp

Google ระบุว่าชื่อไฟล์สามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ Subject Matter ของรูปภาพได้เล็กน้อย และแนะนำให้ใช้ชื่อไฟล์ที่สั้นแต่สื่อความหมาย แทนชื่อทั่วไปอย่าง image1.jpg

หลักการตั้งชื่อรูปภาพที่นำไปใช้ได้ง่าย คือ

  • ใช้ชื่อไฟล์ที่บอกว่าภาพเกี่ยวกับอะไร
  • ใช้คำที่สัมพันธ์กับภาพจริง
  • เขียนให้สั้นและอ่านเข้าใจได้
  • หลีกเลี่ยงชื่อไฟล์จากกล้องหรือระบบแบบ DSC001.jpg
  • ไม่ยัด Keyword หลายคำในชื่อไฟล์
  • ใช้นามสกุลไฟล์ให้ตรงกับประเภทไฟล์จริง

การตั้งชื่อรูปภาพจึงเป็นส่วนหนึ่งของ Image SEO แต่ไม่ควรคาดหวังว่าการเปลี่ยนชื่อไฟล์เพียงอย่างเดียวจะทำให้อันดับ Search เพิ่มขึ้นทันที ควรทำร่วมกับ Alt Text บริบทของหน้า คุณภาพของภาพ และองค์ประกอบ SEO อื่น

เทคนิคการใช้ Alt Text กับภาพ Infographic

Infographic มีความซับซ้อนกว่าภาพทั่วไป เพราะหนึ่งภาพอาจประกอบด้วยข้อความ ตัวเลข กราฟ ขั้นตอน และ Insight จำนวนมาก หากนำข้อความทั้งหมดมาใส่ใน alt attribute จะทำให้ Alt Text ยาวจนใช้งานได้ไม่ดี

แนวทางที่เหมาะสมคือให้ Alt Text ทำหน้าที่เป็น Short Description เพื่อสรุปว่าภาพกำลังนำเสนอเรื่องอะไร แล้วนำข้อมูลสำคัญจาก Infographic มาอยู่ใน Text Version บนหน้าเว็บไซต์ด้วย

ตัวอย่าง เช่น

  • <img src=”seo-infographic.webp” alt=”Infographic สรุปขั้นตอนการทำ SEO ตั้งแต่ Keyword Research ถึงการวัดผล”>

หาก Infographic แสดง 6 ขั้นตอน ควรอธิบายทั้ง 6 ขั้นตอนเป็นข้อความ HTML ใต้ภาพหรือในเนื้อหาบริเวณใกล้เคียง แทนการบรรจุรายละเอียดทั้งหมดไว้ใน Alt Text

แนวทาง W3C Complex Images แนะนำว่าภาพที่มีข้อมูลซับซ้อนควรมี Short Description และควรมี Long Description ที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ความสัมพันธ์ หรือ Trend สำคัญของภาพด้วย

ในกรณีกราฟควรเน้น Insight ที่ภาพต้องการสื่อ เช่น

  • alt=”กราฟแสดง Organic Traffic เพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังปรับ Technical SEO”

ส่วนตัวเลขและรายละเอียดที่จำเป็นต่อการวิเคราะห์ควรแสดงเป็นข้อความหรือตาราง HTML ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องพึ่งภาพเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่าง Alt Text ก่อนและหลังปรับให้ดีขึ้น

การดูตัวอย่างแบบก่อนและหลังปรับช่วยให้เห็นชัดว่าการเขียน Alt Text ที่ดีไม่ได้หมายถึงการเขียนให้ยาวขึ้น แต่คือการเพิ่มข้อมูลที่ช่วยให้เข้าใจภาพและลดข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องออก

ประเภทภาพก่อนปรับหลังปรับจุดที่ปรับปรุง
เว็บไซต์ธุรกิจalt=”บริษัท”alt=”ทีมการตลาดประชุมวางแผนกลยุทธ์ดิจิทัลสำหรับธุรกิจ”เพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลและกิจกรรมในภาพ ทำให้เข้าใจบริบทได้ชัดเจนกว่าการใช้คำกว้าง
เว็บไซต์ SEOalt=”SEO”alt=”แดชบอร์ดแสดง Organic Traffic และอันดับ Keyword ของเว็บไซต์”เปลี่ยนจาก Keyword สั้นที่ไม่อธิบายภาพ มาเป็นข้อความที่บอกว่าภาพกำลังแสดงข้อมูลอะไร
E-Commercealt=”รองเท้า รองเท้าวิ่ง ซื้อรองเท้า”alt=”รองเท้าวิ่งสีดำพื้นโฟมสำหรับการวิ่งระยะไกล”ลด Keyword Stuffing และเปลี่ยนมาอธิบายรายละเอียดสินค้าที่มองเห็นได้จริง
Content Marketingalt=”content marketing”alt=”ปฏิทินวางแผนหัวข้อบทความ Content Marketing รายเดือน”เพิ่มบริบทของภาพและยังสามารถใช้ Keyword ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Infographicalt=”SEO infographic marketing keyword website ranking”alt=”Infographic สรุป 6 ขั้นตอนการทำ SEO ตั้งแต่ Keyword Research ถึงการวัดผล”ลดการเรียง Keyword หลายคำและเปลี่ยนเป็นคำอธิบายสาระสำคัญของภาพ

จากประสบการณ์ของทีม Minimice Group หลักที่ใช้ตรวจ Alt Text ได้ง่ายคือการลองอ่านข้อความโดยไม่ดูรูป หากข้อความยังช่วยให้เข้าใจได้ว่าภาพมีบทบาทอะไรในเนื้อหา แสดงว่า Alt Text เริ่มทำหน้าที่ได้ถูกทิศทาง จากนั้นค่อยตรวจเรื่อง Keyword และความกระชับเพิ่มเติม

สำหรับ E-Commerce ควรเน้นลักษณะสินค้าที่มองเห็นได้จริง เช่น ประเภทสินค้า สี รุ่น หรือมุมที่แสดง ส่วนเว็บไซต์ธุรกิจควรอธิบายกิจกรรมหรือข้อมูลที่ภาพกำลังสื่อมากกว่าการใช้คำกว้างอย่าง business หรือ company

ขั้นตอนการใส่ Alt Text ฉบับเข้าใจง่าย

เมื่อเข้าใจแล้วว่า Alt Text คืออะไร และควรเขียนอย่างไร ขั้นตอนต่อไปคือการนำไปใช้งานจริง ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีตามระบบเว็บไซต์

HTML <img> 

สำหรับเว็บไซต์ที่แก้ไข HTML ได้โดยตรงให้เพิ่ม alt attribute ภายในแท็ก <img> เช่น

  • <img src=”koh-tao-sunset.webp” alt=”พระอาทิตย์ตกเหนือทะเลบริเวณเกาะเต่า”>

จากนั้นตรวจว่าข้อความอธิบายภาพได้ตรงกับบริบทของหน้าและไม่มี Keyword ที่ไม่เกี่ยวข้อง

WordPress และ CMS

WordPress และ CMS หลายระบบมีช่อง Alt Text ภายใน Media Library หรือ Image Settings อยู่แล้ว ผู้ดูแลสามารถกรอก Alternative Text ได้จากหน้า Editor โดยไม่ต้องแก้ HTML

สำหรับเว็บไซต์ที่มีทีม Content หลายคนควรกำหนด Guideline ร่วมกันว่า Informative Image ต้องเขียน Alt Text อย่างไร และ Decorative Image ต้องตั้งค่าอย่างไร เพื่อป้องกันมาตรฐานการเขียนที่แตกต่างกันในแต่ละหน้า

เครื่องมือ Website Audit

WordPress และ CMS หลายระบบมีช่อง Alt Text ภายใน Media Library หรือ Image Settings อยู่แล้ว เว็บไซต์ที่มีรูปภาพจำนวนมากสามารถใช้ Crawler และ Site Audit Tool ช่วยค้นหา Missing Alt Attribute ได้ เช่น Screaming Frog หรือ Semrush Site Audit ซึ่งเป็นเครื่องมือที่บทความเดิมแนะนำไว้

อย่างไรก็ตามการ Crawl เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ควรทำ Manual Review เพิ่มเพื่อแยกกรณีที่ alt=”” ถูกตั้งใจใช้กับ Decorative Image ออกจากกรณีที่ไม่มี Alt Text เพราะลืมใส่

นอกจากนี้ควรตรวจ Duplicate Alt และ Alt Text ที่ยาวผิดปกติ รวมถึงข้อความที่ใช้ Keyword ซ้ำจำนวนมาก เพื่อประเมินคุณภาพมากกว่าจำนวนเพียงอย่างเดียว

AI-assisted Alt Text

ปัจจุบันสามารถใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ภาพและร่าง Alt Text เบื้องต้นได้ ซึ่งเหมาะกับเว็บไซต์ที่มีรูปภาพจำนวนมาก แต่ไม่ควรนำผลลัพธ์จาก AI ไปเผยแพร่โดยไม่มี Human Review

AI อาจบอกได้ว่าภาพมีวัตถุอะไรอยู่บ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าใจว่ารูปนั้นถูกวางอยู่ในหน้าเว็บเพื่อจุดประสงค์ใดเสมอไป ผู้ดูแลจึงต้องตรวจบริบทของหน้า ความถูกต้องของคำอธิบาย และ Keyword ก่อนใช้งานจริง

Alt Text AI คืออะไร ควรเขียนต่างจากภาพทั่วไปไหม

Alt Text AI คืออะไร ควรเขียนต่างจากภาพทั่วไปไหม

Alt Text AI สามารถหมายถึง Alt Text สำหรับภาพที่สร้างด้วย AI หรือข้อความ Alt Text ที่ใช้ AI ช่วยสร้าง โดยหลักแล้วไม่จำเป็นต้องมีสูตรการเขียนใหม่เพียงเพราะรูปภาพถูกสร้างด้วย Generative AI สิ่งสำคัญยังคงเป็นการอธิบายข้อมูลหรือหน้าที่ของรูปภาพให้ถูกต้องและสัมพันธ์กับบริบทของหน้า

ตัวอย่าง เช่น เว็บไซต์ Interior Design ใช้ภาพสำนักงานที่สร้างจาก AI หากจุดประสงค์ของภาพคือแสดงแนวคิดการออกแบบ สามารถเขียนว่า

  • alt=”สำนักงานแบบ Open Space พร้อมโต๊ะทำงานส่วนกลางและพื้นที่ประชุม”

ไม่จำเป็นต้องเขียนว่า

  • alt=”รูปสำนักงานที่สร้างด้วย AI”

เว้นแต่ข้อเท็จจริงว่าภาพสร้างด้วย AI มีความสำคัญต่อเนื้อหาหรือการตีความของผู้อ่าน

Google Search Central ระบุว่าเนื้อหาที่สร้างแบบอัตโนมัติควรให้ความสำคัญกับ Accuracy Quality และ Relevance รวมถึง Alternate Text ของรูปภาพด้วย และยังแนะนำให้พิจารณาให้ Context เกี่ยวกับกระบวนการสร้างเนื้อหาเมื่อข้อมูลดังกล่าวมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน

ดังนั้นการใช้ Alt Text AI ควรยึดหลักต่อไปนี้

  • อธิบายภาพตาม Context และ Accessibility เหมือนภาพทั่วไป
  • ไม่จำเป็นต้องขึ้นต้นทุกภาพด้วย AI-generated image
  • ตรวจวัตถุ ตัวเลข และข้อความที่ปรากฏในภาพ AI
  • ตรวจว่าคำอธิบายไม่ได้เพิ่มรายละเอียดที่ไม่มีอยู่จริง
  • ใช้ AI เป็นตัวช่วยร่างและมี Human Review ก่อน Publish
  • แยก Metadata ที่บอกแหล่งที่มาของภาพออกจากหน้าที่ของ Alt Text

สำหรับ E-Commerce ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติม เพราะ Google ระบุว่าภาพสินค้าที่สร้างด้วย Generative AI ใน Merchant Center ต้องรักษา Metadata บางประเภทไว้ตามข้อกำหนด ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับการเขียน Alternative Text บนหน้าเว็บไซต์

การเขียน Alt Text แบบไหนที่อาจเป็นปัญหาต่อ SEO

Alt Text ที่เขียนไม่ตรงกับเนื้อหาของภาพ หรือใส่ Keyword มากเกินไป อาจทำให้ Search Engine เข้าใจบริบทของรูปภาพได้ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร และบางรูปแบบยังขัดกับแนวทางที่ Google แนะนำให้หลีกเลี่ยง

กรณีที่ควรตรวจเป็นพิเศษ ได้แก่

  • ใส่ Keyword จำนวนมากจนเกิด Keyword Stuffing
  • เขียน Alt Text ที่ไม่เกี่ยวข้องกับรูปภาพ
  • Copy Alt Text เดียวกันไปใช้กับรูปจำนวนมาก
  • ใช้ Alt Text เป็นพื้นที่สำหรับใส่ Search Term เท่านั้น
  • อธิบายรายละเอียดที่ไม่มีอยู่ในภาพ
  • ใช้ข้อความกว้างเกินไปจนไม่บอกว่าภาพคืออะไร

ตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม เช่น

  • alt=”SEO SEO Agency รับทำ SEO SEO Google เว็บไซต์ SEO”

ควรเปลี่ยนเป็นข้อความที่อธิบายภาพจริง เช่น

  • alt=”ทีม SEO วิเคราะห์ Organic Traffic ผ่าน Dashboard ของเว็บไซต์”

Google ระบุว่าการเติม Keyword จำนวนมากลงใน alt attribute สามารถสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้ผู้ใช้งานและอาจทำให้เว็บไซต์ถูกมองเป็น Spam ได้ จึงควรให้ความสำคัญกับข้อความที่มีประโยชน์มากกว่าความถี่ของ Keyword

วิธีค้นหาและแก้ไข Alt Text ที่หายไป

เว็บไซต์ขนาดเล็กสามารถเปิดตรวจแต่ละหน้าได้โดยตรง แต่เว็บไซต์ที่มีรูปภาพหลายร้อยหรือหลายพันรายการควรใช้ Website Crawler เพื่อช่วยค้นหาปัญหาในเบื้องต้น

เครื่องมืออย่าง Screaming Frog และ Semrush Site Audit สามารถช่วยค้นหารูปภาพที่มี Missing Alt Attribute และใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการ Audit ได้ จากนั้นควรตรวจเพิ่มเติมในประเด็นต่อไปนี้

  • Crawl หา Missing Alt Attribute
  • แยก Empty Alt ที่ใช้กับ Decorative Image โดยตั้งใจ
  • ตรวจ Duplicate Alt
  • ตรวจ Alt Text ที่ยาวผิดปกติ
  • ตรวจ Keyword Stuffing
  • เปิดดูรูปจริงเทียบกับ Alt Text
  • ตรวจความสัมพันธ์ระหว่างภาพกับข้อความรอบข้าง
  • ตรวจชื่อไฟล์พร้อมกับการตั้งชื่อรูปภาพให้สื่อความหมาย

ไม่ควรกำหนด KPI ว่ารูปภาพต้องมีข้อความใน Alt Text 100% โดยไม่พิจารณาหน้าที่ของภาพ เพราะ Decorative Image บางภาพควรใช้ alt=”” ตามหลัก Accessibility อยู่แล้ว

จากประสบการณ์ของทีม Minimice Group การทำ Audit ที่มีประสิทธิภาพจึงควรแยก Technical Check ออกจาก Content Review ขั้นแรกใช้เครื่องมือค้นหาจุดผิดปกติ ขั้นต่อมาจึงเปิดดูภาพและหน้า Landing Page จริงเพื่อพิจารณาว่า Alt Text นั้นเหมาะกับ Context หรือไม่

Alt Text ควรยาวกี่คำ

Alt Text ไม่มีจำนวนคำหรือจำนวนตัวอักษรสำหรับ SEO ที่ต้องใช้เหมือนกันทุกภาพ จึงไม่ควรนำตัวเลขอย่าง 100 หรือ 125 ตัวอักษรมาใช้เป็นกฎตายตัวว่าห้ามเกิน

หลักที่ควรใช้มากกว่าคือเขียนให้สั้นเท่าที่ทำได้และยาวเท่าที่จำเป็น เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจสาระหรือหน้าที่ของรูปภาพ

ตัวอย่าง เช่น ภาพสินค้าทั่วไปอาจใช้เพียงข้อความสั้น

  • alt=”กระเป๋าหนังสีดำสายสะพายปรับระดับได้”

แต่หากเป็นภาพกราฟที่มีข้อมูลซับซ้อน Alt Text ควรสรุป Insight สำคัญแล้วนำรายละเอียดตัวเลขไปไว้ในข้อความหรือตาราง HTML บนหน้าแทน วิธีนี้ช่วยให้ Alternative Text ไม่ยาวจนรบกวนผู้ใช้ Screen Reader และยังทำให้ข้อมูลสำคัญเข้าถึงได้ในรูปแบบ Text

ดังนั้นคำถามที่ควรถามก่อนกดเผยแพร่ไม่ใช่เพียงว่า Alt Text ยาวกี่คำ แต่ควรถามว่าข้อความนั้นช่วยแทนสาระสำคัญของรูปภาพได้ครบเท่าที่จำเป็นหรือยัง

เช็กลิสต์การใช้ Alt Text ที่ดีก่อนเผยแพร่

ก่อนเผยแพร่หน้าเว็บหรืออัปโหลดรูปภาพจำนวนมากสามารถใช้ เช็กลิสต์นี้ตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อให้ทั้ง Content Writer, SEO Specialist และ Web Developer ใช้หลักเดียวกัน

  • ภาพนี้มีข้อมูลสำคัญหรือเป็น Decorative Image
  • Alt Text อธิบายจุดประสงค์ของภาพได้หรือไม่
  • อ่าน Alt Text โดยไม่เห็นภาพแล้วยังเข้าใจบริบทหรือไม่
  • มี Keyword เฉพาะเมื่อสัมพันธ์กับภาพจริงหรือไม่
  • มี Keyword Stuffing หรือไม่
  • Alt Text ซ้ำกับภาพอื่นโดยไม่มีเหตุผลหรือไม่
  • มีคำฟุ่มเฟือยอย่าง รูปภาพของ หรือ ภาพที่แสดง โดยไม่จำเป็นหรือไม่
  • หากเป็น Infographic มีรายละเอียดข้อมูลเป็นข้อความบนหน้าหรือไม่
  • Decorative Image ใช้ alt=”” หรือไม่
  • ชื่อไฟล์รูปภาพสื่อความหมายหรือไม่
  • ภาพที่เป็น Link หรือ Button มี Accessible Name ที่อธิบายปลายทางหรือการกระทำหรือไม่
  • Alt Text ตรงกับบริบทของข้อความรอบภาพหรือไม่

เช็กลิสต์นี้ไม่จำเป็นต้องจบที่คำถามว่ามี Alt Text ครบหรือไม่ แต่ควรดูว่าข้อความมีคุณภาพและทำหน้าที่ตรงกับประเภทของภาพหรือไม่ด้วย

สรุป

Alt Text คือ Alternative Text ที่ช่วยให้ทั้งผู้ใช้งานและ Search Engine เข้าใจความหมายหรือหน้าที่ของรูปภาพได้ชัดเจนขึ้น การทำ Alt Text ให้มีประสิทธิภาพจึงควรพิจารณาร่วมกับการตั้งชื่อรูปภาพ การเลือกใช้ alt=”” สำหรับ Decorative Image การเขียนคำอธิบายให้ตรงกับบริบท และการใช้ Keyword อย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงการตรวจสอบ Alt Text AI ก่อนนำไปใช้งานจริง 

สำหรับเว็บไซต์ที่มีรูปภาพจำนวนมากหรือยังไม่แน่ใจว่าโครงสร้าง Image SEO ถูกต้องหรือไม่ Minimice Group สามารถช่วยวิเคราะห์เว็บไซต์ในด้าน On-page SEO, Technical SEO และ Content SEO พร้อมตรวจองค์ประกอบของรูปภาพ เช่น Alt Text ชื่อไฟล์ และความสัมพันธ์ระหว่างภาพกับเนื้อหา เพื่อช่วยให้ Search Engine เข้าใจเว็บไซต์ได้ดีขึ้นและสนับสนุนการเติบโตของ Organic Visibility ในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Alt Text (FAQ)

Alternative Text กับ Alt Text คืออย่างเดียวกันไหม?

ใช่ Alternative Text คือชื่อเต็มของ Alt Text ซึ่งหมายถึงข้อความทางเลือกสำหรับรูปภาพ ใน HTML จะถูกกำหนดผ่าน alt attribute ของแท็ก <img> เพื่อช่วยถ่ายทอดความหมายหรือหน้าที่ของภาพให้กับผู้ใช้งานที่ไม่สามารถรับข้อมูลจากภาพโดยตรง

Alt Text ช่วย SEO อย่างไร?

Alt Text ช่วยให้ Search Engine มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหาและบริบทของรูปภาพ Google ใช้ข้อมูลนี้ร่วมกับข้อความรอบภาพ เนื้อหาของหน้า และระบบวิเคราะห์ภาพ จึงสามารถสนับสนุน Image SEO และเพิ่มโอกาสให้รูปภาพถูกค้นพบผ่าน Search ได้ แต่ Alt Text ไม่ใช่ปัจจัยเดี่ยวที่ทำให้อันดับดีขึ้นโดยอัตโนมัติ

ควรใส่ Keyword ใน Alt Text ทุกภาพไหม?

ไม่ควรใส่ Keyword ทุกภาพโดยไม่มีเหตุผล ควรใช้ Keyword เฉพาะเมื่อคำดังกล่าวอธิบายภาพได้จริงและสัมพันธ์กับ Context ของหน้า หากนำ Keyword จำนวนมากมาใส่เพียงเพื่อจับ Search Term อาจกลายเป็น Keyword Stuffing และลดคุณภาพของ Alt Text ได้

Alt Text กับ Title Text ต่างกันอย่างไร?

Alt Text เป็นข้อความทางเลือกที่อธิบายความหมายหรือหน้าที่ของรูปภาพ ส่วน Title Text เป็นข้อมูลเสริมของ Element ที่ Browser บางประเภทอาจแสดงในรูปแบบ Tooltip ดังนั้น Title Text ไม่ควรถูกใช้แทน Alt Text และข้อมูลสำคัญควรแสดงบนหน้าเว็บไซต์ให้ผู้ใช้งานเข้าถึงได้โดยตรง

รูปภาพทุกภาพจำเป็นต้องมีคำอธิบายใน Alt Text ไหม?

ไม่จำเป็น ภาพที่มีหน้าที่ตกแต่งและไม่ได้เพิ่มข้อมูลใหม่สามารถใช้ alt=”” เพื่อให้ Screen Reader ข้ามภาพนั้นได้ แต่ควรแยก Decorative Image ออกจาก Informative Image ให้ถูกต้อง เพราะภาพที่มีข้อมูลสำคัญยังควรมี Text Alternative ที่เหมาะสม

Sakkasem B.

Sakkasem B.

SEO Specialist

SEO Specialist at Minimice Group. Expert in comprehensive SEO strategies, including technical optimization, targeted keyword research, and link building, to drive high-quality organic traffic and achieve top search engine rankings.

ให้ธุรกิจของคุณเติบโตแบบก้าวกระโดดไปกับทีมการตลาดมืออาชีพ

รับการตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมง

รับการตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมง