Table of Contents

Categories

Recent Posts

ux ui คือ

UX/UI คืออะไร? ทำหน้าเว็บยังไงให้ติดอันดับ

Table of Contents

หากพูดถึง Digital Marketing แล้ว หลายคนคงจะนึกถึงการทำ SEO ให้ติดในหน้าค้นหา Google อย่างแน่นอน แล้วเคยสงสัยหรือไม่ว่าเว็บไซต์ SEO ที่ติดอันดับต้น ๆ ในหน้าค้นหาของ Google นั้นทำได้อย่างไร? แน่นอนว่ามีเทคนิคมากมายที่สามารถช่วยให้หน้าเว็บไซต์ติดอันดับต้นๆ ได้ หนึ่งในนั้นคือการทำงานร่วมกันของ UX/UI นั่นเอง เพราะการนำเสนอคอนเทนต์ SEO โดยใช้แค่คีย์เวิร์ดอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องใส่ใจในเรื่องของ UX/UI อีกด้วย แล้ว UX/UI คืออะไร? แตกต่างกันอย่างไร? บทความนี้จึงชวนมารู้จักกับ UX/UI องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยตอบสนองความต้องการ และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน พร้อมเทคนิคการออกแบบ UX/UI อย่างไรให้ SEO มีประสิทธิภาพ

ทำความรู้จักกับ UX และ UI

ทำความรู้จักกับ UX และ UI

UX และ UI เป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ สินค้า บริการ แอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ แต่ UX และ UI ก็มีข้อแตกต่างกัน ดังนี้

ประสบการณ์ของผู้ใช้ (User Experience)

User Experience หรือ UX คือ ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน โดยเกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่ตอบสนองต่อการใช้งานเว็บไซต์นั้นๆ เช่น ความสะดวกสบาย ความสนุกสนาน การใช้งานไม่ซับซ้อน หรือพูดอีกอย่าง คือ UX เป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งานเว็บไซต์ และเมื่อผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดีก็จะทำให้ผู้ใช้งานอยู่ในหน้าเว็บไซต์นานขึ้นจนไม่เปลี่ยนใจไปใช้เว็บไซต์อื่นนั่นเอง ซึ่งการจะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานนั้น ต้องทำการค้นคว้าหาข้อมูลความต้องการของผู้ใช้งาน และทำงานร่วมกับ UI ที่เป็นตัวเชื่อมต่อกับผู้ใช้งานกับเว็บไซต์ให้สอดคล้องกันอย่างถูกต้อง และเหมาะสมด้วย

ส่วนเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานกับระบบ (User Interface)

User Interface หรือ UI คือ ส่วนเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานกับระบบ โดยจะเกี่ยวข้องกับการออกแบบที่สามารถให้ผู้ใช้งานโต้ตอบกับระบบได้อย่างสะดวกสบาย หรือเรียกง่ายๆ ว่า UI เป็นหน้าตา และความสวยงามของเว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้มากที่สุด โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้สี การวาง Layout ขนาดและรูปแบบตัวอักษร ฯลฯ รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของผู้ใช้งานจาก UX ร่วมด้วย เพื่อนำไปสู่การออกแบบเว็บไซต์ที่ส่งเสริมให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

ความแตกต่างระหว่าง UX กับ UI

ความแตกต่างระหว่าง UX กับ UI

UX และ UI ให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์ใช้งานได้ง่าย มีความลื่นไหล ไม่สะดุด และไม่สับสนเส้นทางการเยี่ยมชมเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดี อย่างไรก็ตาม ความแตกต่าง UX/UI สามารถแบ่งตามหลักการทำงานได้ดังนี้

  • UX เกี่ยวข้องกับประสบการณ์การใช้งาน จึงต้องทำความเข้าใจในตัวผู้ใช้งานว่าเป็นใคร อายุ เพศ ความสนใจ ความต้องการ พร้อมทั้งสำรวจพฤติกรรมการใช้งาน และรับ feedback ทั้งแง่บวกและแง่ลบมาปรับปรุงให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานได้มากที่สุด
  • UI เกี่ยวข้องกับความสวยงาม และความเข้าใจ จึงต้องดีไซน์ให้ดึงดูด สะอาดตา สะดวกต่อการมองเห็น และต้องมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ UI จึงเป็นเหมือนสายออกแบบ และนักวางองค์ประกอบศิลป์ให้สอดคล้องกับข้อมูลผู้ใช้งานของ UX นั่นเอง

UX กับ UI เกี่ยวข้องกับ SEO อย่างไร?

UX กับ UI เกี่ยวข้องกับ SEO อย่างไร?

รู้หรือไม่ว่าประสบการณ์การใช้งานบนเว็บไซต์มีผลต่อการจัดอันดับหน้าค้นหาของ Google ด้วย นั่นหมายความว่าถ้าเว็บไซต์มีการเข้าชมบ่อยๆ มีการเข้าชมเป็นจำนวนมาก หรือสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้งานได้ และผู้ใช้งานอยู่ในหน้าเว็บไซต์นั้นนาน ก็จะช่วยทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆ ของหน้าค้นหา Google ได้ ซึ่งการจะทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีนั้น จำเป็นต้องให้ความใส่ใจในเรื่อง UX/UI ควบคู่ไปกับการทำ SEO ด้วย เพราะหากสร้างเนื้อหา SEO โดยใช้คีย์เวิร์ด แต่หน้าเว็บไซต์มีความยุ่งเหยิง สับสน ไม่ดึงดูด และไม่สวยงาม ก็จะทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์น้อยลง ส่งผลให้การทำ SEO มีประสิทธิภาพลดน้อยลงไปอีกด้วย

Design UX/UI อย่างไรให้ SEO มีประสิทธิภาพ

Design UX/UI อย่างไรให้ SEO มีประสิทธิภาพ

อย่างที่บอกไปแล้วว่าการจะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับในหน้าค้นหานั้น จะต้องใส่ใจการทำ SEO ควบคู่กับการทำ UX/UI ไปด้วย โดยต้องดีไซน์อย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อทำให้ SEO มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่ง Minimice Group ได้รวบรวมมาให้แล้วว่าต้องทำ UX/UI อย่างไรให้ SEO ออกมาดี ตามไปดูกันได้เลย

เทคนิคทำ UX Design SEO

มาเริ่มกันที่เทคนิคการทำ UX ที่ดีเพื่อช่วยเสริม SEO โดยสามารถทำได้ 3 วิธี ได้แก่

1. ปรับโครงสร้างของเว็บไซต์

  • ปรับให้คำนึงถึงผู้ใช้งาน แน่นอนว่าเวลาออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ย่อมคำนึงถึงผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักอยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่ายังมีผู้ใช้งานกลุ่มต่างๆ ที่มาจากช่องทางอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งผู้ใช้งานที่มาจาก Organic Search นั้นจะให้ Traffic ที่ดีกว่า การปรับเว็บไซต์โดยให้เข้ากับผู้ใช้งานหลายๆ กลุ่มจึงเป็นเรื่องที่ดี และควรทำ
  • ปรับให้เว็บไซต์ใช้งานง่าย หากเว็บไซต์มีความยุ่งเหยิง หรือซับซ้อนเกินไป จะทำให้ผู้ใช้งานเข้าไม่ถึงข้อมูลที่ต้องการ รวมไปถึง Google จะสแกนข้อมูลของเว็บไซต์ได้ยากกว่าปกติ ทำให้ไม่ติดอันดับหน้าค้นหา การปรับให้เว็บไซต์ใช้งานง่ายจะทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และส่งผลดีต่อการติดอันดับในหน้าค้นหาด้วย
  • ปรับให้ชื่อเมนูเป็นสากล คล้ายกับการปรับเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย เพราะชื่อเมนูที่เป็นสากลจะทำให้ผู้ใช้งานและ Google เข้าใจได้ง่าย และเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วกว่านั่นเอง

2. เพิ่มความรวดเร็วของเว็บไซต์ให้เข้าถึงง่าย

  • ปรับปรุงการโหลดหน้าเว็บไซต์ หากหน้าเว็บไซต์โหลดช้าเกินไป ผู้ใช้งานก็มีแนวโน้มที่จะออกจากหน้าเว็บไซต์นั้นและไปเข้าเว็บไซต์อื่นแทน ดังนั้น ยิ่งหน้าเว็บไซต์โหลดได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้งานได้มากขึ้นเท่านั้น เมื่อผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดี ก็จะส่งผลให้ SEO มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
  • คำถึงถึงการใช้งานเว็บไซต์บนมือถือ ด้วยความที่ผู้ใช้งานบนมือถือมีจำนวนมากขึ้น จึงต้องใส่ใจในการออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้เข้ากับทั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอมือถือ รวมไปถึงหน้าจอของอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการทำ SEO
  • การจัด Layout ของหน้าเว็บไซต์ การวาง Layout จัดเรียงข้อความและรูปภาพที่ดีนั้น จะส่งผลต่อพฤติกรรมผู้ใช้งานที่ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น และเป็นการส่งเสริมให้ SEO ดีขึ้นอีกด้วย

3. ทำ UX และ SEO ควบคู่กันไปอย่างเหมาะสม

  • ให้ความสำคัญกับ Branding การตั้งชื่อเว็บเพจและคอนเทนต์ต่างๆ ควรจะอยู่ในกรอบของ Branding มากกว่าการเจาะจงไปที่คีย์เวิร์ด SEO เพียงอย่างเดียว เพราะ Branding ก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่สำคัญที่จะรักษาฐานผู้ใช้งานไว้ได้
  • เนื้อหาเว็บไซต์ต้องไม่หลุดโฟกัส เนื้อหาต้องตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่หลากหลาย และควรมีเนื้อหาที่กระชับ เข้าใจง่าย ไม่หลุดประเด็น จะช่วยส่งเสริมให้มี UX ที่ดีขึ้นได้
  • สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ คอนเทนต์ในเว็บไซต์ควรมีการวางแผนที่ดี เนื้อหากระชับ ไม่ยืดเยื้อ และสามารถใส่ Internal Link เพื่อนำพาผู้ใช้งานไปสู่เนื้อหาต่อไปได้ เป็นการเพิ่ม Engagement ของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตามการใส่ Internal Link มากๆ อาจทำให้คอนเทนต์ดูมีการยัดเยียดเนื้อหามากเกินไป และส่งผลเสียต่อ SEO ได้

เทคนิคทำ UI Design SEO

UI คือหน้าตาของเว็บไซต์ จึงต้องมีเทคนิคการทำ UI ที่สามารถดึงดูดผู้ใช้งานได้ ดังนี้

  • มองเห็นสถานะของระบบได้ง่าย เวลามีการเปลี่ยนแปลงหรือมีอัปเดตบนเว็บไซต์ ถ้าหากมีการแจ้งที่ชัดเจน ก็จะสามารถสร้างความไว้วางใจ และความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานได้
  • ออกแบบ UI ให้เป็นสากล แทนที่จะใช้คำศัพท์เฉพาะทางเทคนิค เปลี่ยนมาใช้คำที่ง่ายๆ หรือใช้รูปภาพที่เป็นสากล และคุ้นเคยจะดีกว่า เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจได้ง่ายขึ้นอย่างปุ่มเครื่องหมายติดต่อต่างๆ เช่น โทรศัพท์ อีเมล หรือที่อยู่ บนหน้าเว็บไซต์
  • มีอิสระในการใช้งาน เว็บไซต์ที่ดีต้องมีการออกแบบที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมได้อย่างอิสระ เช่น การย้อนกลับ หรือยกเลิกเมื่อมีการทำข้อผิดพลาดบนเว็บไซต์ เป็นต้น
  • ออกแบบให้สวยงาม เรียบง่าย และสม่ำเสมอ การออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงาม และเรียบง่าย จะช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นเนื้อหา และคอนเทนต์ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงการใช้โทนสี ตัวอักษร และองค์ประกอบศิลป์ต่างๆ  ให้มีความสม่ำเสมอทั่วทั้งเว็บไซต์ เพราะจะช่วยให้เว็บไซต์ดูน่าใช้มากขึ้น
  • เพิ่มฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย จัดเรียงข้อมูลพร้อมเพิ่มฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกสบาย เช่น เพิ่มหมวดหมู่สินค้า สินค้าที่เคยเข้าชม สินค้าที่เคยซื้อแล้ว ฯลฯ รวมไปถึงมีฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานทุกระดับ ทั้งผู้ใช้ระดับเริ่มต้นที่ต้องการความเข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน และระดับโปรที่ใช้ฟีเจอร์ขั้นสูง สามารถปรับแต่งได้ด้วยตัวเอง เป็นต้น
  • มีการป้องกัน และแจ้งเตือนข้อผิดพลาด ออกแบบ UI ให้มีการแจ้งเตือนข้อผิดพลาดโดยใช้ตัวอักษรสีแดง หรือมี Pop-up ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานได้
  • เพิ่มการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อให้ความช่วยเหลือ หรือพูดอีกอย่างก็คือมีหน้า FAQ หรือคำถามที่พบบ่อยนั่นเอง เป็นการช่วยเหลือผู้ใช้งานที่ยังมีข้อกังวลต่างๆ รวมไปถึงการเพิ่มแชตบอตเพื่อตอบคำถามที่ผู้ใช้งานสงสัยด้วยชุดข้อมูลที่เว็บไซต์เตรียมไว้ ก็จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูลอย่างรวดเร็ว

ประโยชน์ของ UX กับ UI มีอะไรบ้าง?

ประโยชน์ของ UX กับ UI มีอะไรบ้าง?

UX/UI มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจ สินค้า และบริการ หากมี UX ที่ดี และ UI ที่ใช่แล้ว ก็จะช่วยเพิ่มคุณค่าให้เว็บไซต์ สร้างประสบการณ์ที่ดี และสร้างประโยชน์ได้มากมาย ดังนี้

  1. ทำให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้ดี การทำ UX/UI สิ่งสำคัญก็คือการรู้จักกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด ดังนั้น ข้อมูลที่ได้จากการทำ UX/UI สามารถนำไปต่อยอดในกลยุทธ์การตลาดอื่นๆ ได้อีก ทำให้สร้างคอนเทนต์หรือแคมเปญต่างๆ ที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น
  2. ทำให้เว็บไซต์เข้าถึงง่าย และใช้งานง่าย เพราะ UX/UI ที่ดีจะทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ผู้ใช้งานสามารถสำเร็จเป้าหมาย หรือภารกิจได้ในเวลารวดเร็ว และราบรื่น ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสต่างๆ ทั้งสร้างความประทับใจ และสร้างความรู้สึกให้อยากกลับมาใช้ซ้ำ
  3. ทำให้เว็บไซต์สวยงาม การทำ UX/UI จะต้องออกแบบเว็บไซต์ให้มีเอกลักษณ์ มีความโดดเด่น การคุมโทนสี และวางองค์ประกอบศิลป์อย่างเหมาะสม จึงทำให้ภาพรวมของเว็บไซต์มีความสวยงาม ซึ่งจะช่วยดึงดูดผู้ใช้งานได้มากขึ้น เพราะแน่นอนว่าเว็บไซต์สวยๆ ย่อมทำให้ผู้ใช้งานประทับใจมากกว่าเว็บไซต์ที่ยุ่งเหยิง หรือจืดชืด
  4. ทำให้ได้ผู้ใช้งานใหม่ และรักษาผู้ใช้งานเก่าไว้ได้ เป้าหมายสำคัญของการทำ UX/UI คือการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งการที่เข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว และใช้งานง่าย จึงทำให้ได้ผู้ใช้งานใหม่ๆ อยู่เสมอ พร้อมทั้งยังรักษาผู้ใช้งานเก่าไว้ได้จากการที่ได้รับประสบการณ์ดีๆ จนไม่อยากเปลี่ยนใจไปไหนนั่นเอง

สรุป

โดยสรุปแล้ว UX คือ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน โดยต้องไปทำการรวบรวมข้อมูลความต้องการของผู้ใช้งาน แล้วนำมาออกแบบเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์ความต้องการนั้น เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด และ UX จะต้องทำงานร่วมกับ UI

ซึ่ง UI คือ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับหน้าตา และความสวยงามของเว็บไซต์ โดย UI จะวิเคราะห์ข้อมูลจาก UX แล้วนำมาออกแบบให้สวยงาม เข้าถึงง่าย เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน พร้อมส่งเสริมให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดี และที่สำคัญคือการทำงานร่วมกันของ UX/UI จะส่งผลต่อ SEO ในแง่ที่เมื่อผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ดีๆ จากเว็บไซต์ ผู้ใช้งานก็จะเข้าชมหน้าเว็บไซต์บ่อยๆ ส่งผลทำให้ SEO มีประสิทธิภาพมากขึ้นจนติดอันดับในหน้าค้นหา Google ได้นั่นเอง

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

UX และ UI คืออะไร?

UX (User Experience) คือ ประสบการณ์ผู้ใช้งาน โดยเกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่ตอบสนองต่อการใช้งานเว็บไซต์นั้น ๆ ส่วน UI (User Interface) คือ ส่วนเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานกับระบบ โดยจะเกี่ยวข้องกับการออกแบบที่สามารถให้ผู้ใช้งานโต้ตอบกับระบบได้อย่างสะดวกสบาย

UX กับ UI ต่างกันอย่างไร?

UX เกี่ยวข้องกับประสบการณ์การใช้งาน จึงต้องทำความเข้าใจในตัวผู้ใช้งานว่าเป็นใคร ในขณะที่ UI เกี่ยวข้องกับความสวยงาม และความเข้าใจ จึงต้องดีไซน์ให้ดึงดูด สะอาดตา สะดวกต่อการมองเห็น และต้องมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้

UX กับ UI เกี่ยวข้องกับ SEO อย่างไร?

การให้ความสำคัญกับ UX และ UI ควบคู่ไปกับการทำ SEO เป็นการทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดี ถ้าเว็บไซต์มีการเข้าชมบ่อย ๆ มีการเข้าชมเป็นจำนวนมาก หรือสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้งานได้ และผู้ใช้งานอยู่ในหน้าเว็บไซต์นั้นนาน ก็จะช่วยทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ ของหน้าค้นหาของ Search Engine ได้

Related Articles

ให้ธุรกิจของคุณเติบโตแบบก้าวกระโดดไปกับทีมการตลาดมืออาชีพ
รับการตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมง
รับการตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมง