Table of Contents

Categories

Recent Posts

Canonical Tag คืออะไร

Canonical Tag คืออะไร? Tag สำคัญที่ไม่ควรพลาดในการทำ SEO ให้ติดอันดับอย่างมีคุณภาพ

Table of Contents

KEY TAKEAWAYS

  • Canonical Tag นั้นสเหมือน Sitemap ที่ทำให้ Google ทราบว่าหน้าไหน คือหน้าไหนกันแน่ และเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีในทุกเว็บไซต์
  • ค่ามาตรฐานที่ต้องมีของ Canonical Tag คือระบุ URL นั้นๆเข้าไป เช่น asdf.com/product-1 , Canonical Tag ต้องเป็น asdf.com/product-1 เช่นกัน
  • Canonical Tag จะใช้ต่อเมื่อเว็บไซต์เรามีหน้าคล้ายๆกันมากๆ แต่เราอยากให้หน้า A ติด เราจึงเปลี่ยน Canonical หน้า B ให้เป็น URL หน้า A แทน
  • ควรใช้ Tag นี้อย่างระวัง สามารถทำให้การ Index และ Ranking เปลี่ยนไปได้ทันที

Canonical Tag นั้นจะใช้เสมอในการทำ SEO และส่งผลกระทบแก่อันดับในการติด Ranking ของเราเป็นอย่างมาก ทุกเว็บไซต์นั้นควรจะมี Tag นี้เสมอ

ในบทความนี้เหมาะสำหรับ SEO Specialist Beginner ถึง Advanced Level ที่ไม่ควรพลาดในการทำ SEO เนื่องจาก Canonical Tag นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และไม่ควรละเลยเป็นอย่างมาก

Canonical Tag คือ

Canonical Tag คืออะไร?

Canonical Tag คือการใช้โค๊ดบนเว็บไซต์ในรูปแบบ (rel=”canonical”) ซึ่งเป็นชุดโค๊ด HTML เสริมที่นำเข้ามาใช้เพื่อระบุว่าหน้านั้นๆ เป็นหน้าที่สำคัญในการที่เราอยากให้ติดอันดับเป็นหลัก

หรือง่ายๆนั้นหากเว็บไซต์คุณมี เนื้อหาที่คล้ายๆกันในหลากหลายหน้า และอยู่ในคนละ URL นั้น เราสามารถใช้ Canonical Tag ตัวนี้ในการระบุว่าหน้าไหนเป็นหน้าหลักที่เราอยากให้ติดอันดับได้

Canonical Tag นั้นจะเจอใน พื้นที่ ของเว็บไซต์ ซึ่งจะมีหน้าตาแบบนี้


<head><meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=UTF-8">
<link rel="canonical" href="https://minimicegroup.com/seo/" />
</head>

ซึ่งสามารถที่จะใส่ในกรณีดังนี้

  • ใส่ Canonical Tag ในหน้าตัวเอง
  • เล็งไปหาหน้าหลัก ที่เราต้องการให้ติดอันดับ

Canonical Tag นั้นสำคัญต่อการทำ SEO อย่างไร?

การใส่ Canonical Tag นั้นเป็นมีขึ้นมาเพื่อให้ลดความเสี่ยง หากมีบทความ หรือเนื้อหามีซ้ำกันในหลายๆหน้า

Canonical Tag นั้นจะเพิ่มความมั่นใจให้กับ Search Engine หรือ Google Bot ว่าหน้านั้นๆของเรานั้นต้องการให้ติดอันดับได้

ถึงเราจะมีโครงสร้าง Sitemap ที่ดีแล้วก็ตาม การใส่ Canonical Tag นั้นจะคอนเฟิร์ม Google Bot ในความมั่นใจ และทำให้เกิดการ Index หรืออันดับของ SEO ได้ง่ายกว่า

Canonical Tag มีความสำคัญสำหรับ SEO เนื่องจากช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจว่าควรจัดทำ Index หน้าเวอร์ชันใด ดังนั้นเราจะรู้ได้ยังไงว่า ควรให้หน้าใดอยู่ในอันดับที่สูงกว่าในผลการค้นหา หากคุณมีหน้าสองเวอร์ชันที่มีเนื้อหาเหมือนกัน แต่มี URL ต่างกัน Canonical จะบอกเครื่องมือค้นหาว่าหน้าใดหน้าหนึ่งเป็นต้นฉบับและหน้าใดซ้ำกัน

หากไม่มี Canonical Tag เครื่องมือค้นหาอาจ Index หน้าเว็บทั้งสองเวอร์ชัน แต่โดยปกติแล้วจะให้ความสำคัญกับเวอร์ชันดั้งเดิมมากกว่า ซึ่งอาจส่งผลให้อันดับที่ต่ำกว่าสำหรับหน้าที่ซ้ำกัน

เราควรใช้ Canonical Tag ในสถานการณ์ไหน?

1. เมื่อคุณต้องการชี้ Google Bot ไปยังแหล่งที่มาของเนื้อหาต้นฉบับ สิ่งนี้มีประโยชน์เมื่อเว็บไซต์อื่นคัดลอกเนื้อหาของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต

2. เมื่อคุณมีหลายหน้าที่มีเนื้อหาคล้ายกัน หรือเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับหน้า Product ตัวอย่างเช่น ด้วยการใช้ Canonical Tag คุณสามารถบอกเครื่องมือค้นหาว่าหน้าใดเป็นต้นฉบับ และที่ควร Index

3. เมื่อคุณย้ายหน้า และต้องการเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลจากหน้าเก่าไปยังหน้าใหม่ เมื่อใช้ Canonical Tag ในหน้าใหม่ คุณจะบอก Google ว่าหน้าใหม่ เป็นหน้าเดิม และควร Index แทนหน้าเก่า

Canonical Tag ใช้งานจริงยังไง?

เราจะได้ยินว่า การย้ายหน้า ไปมา ทั้งนี้เราจะทำมันยังไงละ?

หน้า A: URL – minimicegroup.com/product-a

             Canonical – minimicegroup.com/product-a

หน้า B: URL – minimicegroup.com/product-b

             Canonical – minimicegroup.com/product-b

หากเราต้องการย้ายหน้า A ไปหาหน้า B

หน้า A: URL – minimicegroup.com/product-a

             Canonical – minimicegroup.com/product-b

หน้า B: URL – minimicegroup.com/product-b

             Canonical – minimicegroup.com/product-b

เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว

วิธีในการสร้าง Canonical Tag ใน WordPress

ถ้าเราพูดกันจริงๆแล้ว หากคุณติดตั้ง Yoast SEO หรือ All-in-One SEO นั้น Canonical Tag ไม่ควรจะเป็นปัญหาใหญ่ใดๆ เพราะระบบนั้นจะติดตั้งให้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว ทั้งนี้ในส่วนนี้เรามาดูกันว่า หากเราต้องการเปลี่ยน จะทำยังไงละ?

ปรับ Canonical Tag ด้วย Yoast SEO

หากเราเข้ามาในระบบ WordPress ที่ใช้ Yoast SEO เป็นหลักนั้น ให้เราเข้าไปใน Post หรือ Page ที่ต้องการเปลี่ยน

เลื่อนลงไป เราจะเปลี่ยน หัวข้อ Advanced

เราสามารถพิมพ์ URL ในส่วนนี้ได้เลย ก็จะเป็นที่เรียบร้อย

Canonical Tag ด้วย All-in-One SEO

เบื้องต้นนั้นให้เราเข้าไปหน้า Post หรือ Page ที่คุณต้องการจะเปลี่ยน Canonical Tag เราจะเจอกับหน้านี้

แล้วให้เรากดไปที่ Advanced

ข้อผิดพลาดทั่วไปเกี่ยวกับ Canonical Tag คืออะไร?

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด เมื่อพูดถึง Canonical tags คือการไม่ได้ใส่เลย ซึ้งสามารถเจอได้บ่อยครั้งมาก เนื่องจาก Website Developer ทุกคนไม่ได้ทราบถึง เรื่องนี้ และหากคุณมีเนื้อหาที่ซ้ำกันในไซต์ของคุณ ในที่สุด Google จะค้นพบและอาจลงโทษไซต์ของคุณ

ข้อผิดพลาดอีกส่วนหนึ่งนั้น คือการใช้รูปแบบที่ไม่ถูกต้องสำหรับ URL ตามรูปแบบ Canonical URL ไม่ควรที่จะซ้ำกัน และควรมี protocol http:// หรือ https:// ทุกครั้ง

สุดท้าย อย่าลืมใส่ Canonical tag ในทุกหน้าของเว็บไซต์ของคุณ ไม่ใช่แค่หน้าที่มีเนื้อหาซ้ำกัน การทำเช่นนี้หมายความว่าคุณกำลังบอก Google ว่าหน้าเว็บเวอร์ชันใดเป็นเวอร์ชันหลัก และควรได้รับการ Index

บทสรุป Canonical Tag

โดยสรุป Canonical เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักการตลาด SEO ที่ช่วยให้พวกเขาหลีกเลี่ยงเนื้อหาที่ซ้ำกันและให้แน่ใจว่า Google สามารถ Index หน้าที่ถูกต้องได้ การใช้ Canonical Tag เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่าหน้าเว็บของคุณได้รับการ Index อย่างถูกต้อง และเนื้อหาของคุณจะไม่ซ้ำกัน

หลักแล้วนั้นจะเป็นการพูดถึงปัญหาการ Index นั้นเอง ซึ้งสามารถกดลิงค์ได้เลย ที่ต้องเราได้เขียนบทความไว้

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

Canonical คืออะไร?

Canonical Tag มีความสำคัญสำหรับ SEO เนื่องจากช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจว่าควรจัดทำ Index หน้าเวอร์ชันใด ดังนั้นเราจะรู้ได้ยังไงว่า ควรให้หน้าใดอยู่ในอันดับที่สูงกว่าในผลการค้นหา หากคุณมีหน้าสองเวอร์ชันที่มีเนื้อหาเหมือนกัน แต่มี URL ต่างกัน Canonical จะบอกเครื่องมือค้นหาว่าหน้าใดหน้าหนึ่งเป็นต้นฉบับและหน้าใดซ้ำกัน

ควรใช้ Canonical Tag ในสถานการณ์ไหนบ้าง?

1. เมื่อคุณต้องการชี้ Google Bot ไปยังแหล่งที่มาของเนื้อหาต้นฉบับ สิ่งนี้มีประโยชน์เมื่อเว็บไซต์อื่นคัดลอกเนื้อหาของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต

2. เมื่อคุณมีหลายหน้าที่มีเนื้อหาคล้ายกัน หรือเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับหน้า Product ตัวอย่างเช่น ด้วยการใช้ Canonical Tag คุณสามารถบอกเครื่องมือค้นหาว่าหน้าใดเป็นต้นฉบับ และที่ควร Index

3. เมื่อคุณย้ายหน้า และต้องการเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลจากหน้าเก่าไปยังหน้าใหม่ เมื่อใช้ Canonical Tag ในหน้าใหม่ คุณจะบอก Google ว่าหน้าใหม่ เป็นหน้าเดิม และควร Index แทนหน้าเก่า

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย ของ Canonical Tag

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด เมื่อพูดถึง Canonical tags คือการไม่ได้ใส่เลย ซึ้งสามารถเจอได้บ่อยครั้งมาก เนื่องจาก Website Developer ทุกคนไม่ได้ทราบถึง เรื่องนี้ และหากคุณมีเนื้อหาที่ซ้ำกันในไซต์ของคุณ ในที่สุด Google จะค้นพบและอาจลงโทษไซต์ของคุณ

ข้อผิดพลาดอีกส่วนหนึ่งนั้น คือการใช้รูปแบบที่ไม่ถูกต้องสำหรับ URL ตามรูปแบบ Canonical URL ไม่ควรที่จะซ้ำกัน และควรมี protocol http:// หรือ https:// ทุกครั้ง สุดท้าย อย่าลืมใส่ Canonical tag ในทุกหน้าของเว็บไซต์ของคุณ ไม่ใช่แค่หน้าที่มีเนื้อหาซ้ำกัน การทำเช่นนี้หมายความว่าคุณกำลังบอก Google ว่าหน้าเว็บเวอร์ชันใดเป็นเวอร์ชันหลัก และควรได้รับการ Index

Related Articles

ให้ธุรกิจของคุณเติบโตแบบก้าวกระโดดไปกับทีมการตลาดมืออาชีพ
รับการตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมง
รับการตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมง