Table of Contents

Categories

Recent Posts

Content Creator คืออะไร อยากเป็นนักสร้างคอนเทนต์ต้องทำอย่างไร?

Content Creator คืออะไร อยากเป็นนักสร้างคอนเทนต์ต้องทำอย่างไร?

Table of Contents

หากพูดถึงอาชีพที่มาแรง และเป็นที่น่าจับตามองในปัจจุบัน คงต้องเป็นอาชีพครีเอเตอร์ ดิจิทัล หรือ Content Creator เนื่องจากเป็นอาชีพที่มีอิสระในการทำงาน สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างคอนเทนต์ หรือเนื้อหาประเภทต่างๆ ลงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ อีกทั้งยังเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เป็นจำนวนมาก 

บทความนี้จึงอยากพาไปดูว่าอาชีพครีเอเตอร์ ดิจิทัล คืออะไร ต้องมีทักษะใดบ้าง และต้องทำอย่างไรให้สามารถเป็นนักสร้างสรรค์คอนเทนต์มืออาชีพ

อาชีพ Content Creator คืออะไร

อาชีพ Content Creator คืออะไร

ครีเอเตอร์ดิจิทัล หรืออาชีพ Content Creator คือ ผู้สร้างสรรค์เนื้อหา หรือคอนเทนต์ประเภทต่างๆ ลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือแพลตฟอร์มออฟไลน์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสื่อสารเนื้อหาข้อมูลให้ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย ลูกค้า หรือนำไปประยุกต์ใช้ในด้านการตลาดดิจิทัล โดยสามารถวัดผลความสำเร็จของคอนเทนต์ได้จากยอด Engagement, View, หรือ Search Engine ต่างๆ ตามประเภทของคอนเทนต์ ซึ่งอาชีพครีเอเตอร์คืออาชีพที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยี ทำให้การเป็นครีเอเตอร์สามารถเป็นได้ง่ายๆ ใครก็สามารถทำได้ เพียงแค่ศึกษาข้อมูลของแพลตฟอร์ม และแนวทางในการทำคอนเทนต์ออนไลน์

โดยเนื้อหา หรือคอนเทนต์ที่ครีเอเตอร์ดิจิทัลทำการสร้างสรรค์ก็มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความ บล็อก โพสต์ การทำรูปภาพ กราฟิก หรือตัดต่อคลิปวิดีโอต่างๆ ในหัวข้อ หรือเรื่องที่พวกเขาต้องการนำเสนอตามจุดประสงค์ที่กำหนด เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มลูกค้า ผู้ติดตาม รวมถึงเพื่อดึงดูดฐานลูกค้า และผู้ติดตามใหม่ๆ ยกตัวอย่างจุดประสงค์ เช่น การนำเสนอเพื่อสร้างความตระหนักรู้ สร้างความบันเทิง กระตุ้นการขาย หรือเพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ เป็นต้น

สายงาน Content Creator มีอะไรบ้าง

สายงาน Content Creator มีอะไรบ้าง

ครีเอเตอร์ดิจิทัล หมายถึง สายงาน Content Creator ที่มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งประเภทของเนื้อหา หรือคอนเทนต์จะขึ้นอยู่กับช่องทาง หรือแพลตฟอร์มที่ใช้ในการเผยแพร่ รวมไปถึงความต้องการของกลุ่มผู้ชม หรือลูกค้าว่าต้องการเสพสื่อประเภทใด เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์เนื้อหาที่ตรงตามจุดประสงค์มากที่สุด โดยสายงานคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันมีดังต่อไปนี้

สายอินฟลูเอนเซอร์ ผลิตคลิปวิดีโอ

ครีเอเตอร์วิดีโอคืออะไร? คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายผลิตคลิปวิดีโอ หรือครีเอเตอร์วิดีโอ คือกลุ่มของอินฟลูเอนเซอร์แบรนด์สินค้า หรือกลุ่มของนักรีวิว บิวตี้บล็อกเกอร์ หรือ YouTuber, Live Streamer และ TikToker ซึ่งคอนเทนต์ประเภทวิดีโอจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ในรูปแบบคลิปวิดีโอทั้งขนาดสั้น และขนาดยาว โดยเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มที่เป็นวิดีโอ หรือ Vedio Content Platform เช่น YouTube, TikTok, Instagram Reels, หรือ Facebook Reels เป็นต้น ซึ่งเนื้อหาในวิดีโอสามารถนำเสนอได้หลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับความชอบ หรือความเหมาะสม เช่น

  • การถ่าย Vlog หรือ Video Blog เหมาะกับคนที่ชอบออกกล้อง ชอบเดินทางไปสถานที่ต่างๆ หรือชอบทำกิจกรรมต่างๆ เพราะเน้นการถ่ายแบบเรียลไทม์ ผสมผสานกับการตัดต่อให้เข้าถึงง่าย สนุกสนาน เน้นความบันเทิง และผ่อนคลาย
  • การทำวิดีโอ How-to เป็นเนื้อหาเพื่อให้คำแนะนำ เหมาะสำหรับคนที่มีข้อมูลความรู้ในเฉพาะด้าน และต้องการแชร์ให้คนอื่นๆ ได้รับประโยชน์ หรือได้รับแนวทางในการแก้ปัญหา
  • การ Live Stream เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายวิดีโอแบบเรียลไทม์ หรือการแสดงสด เน้นความบันเทิง สนุกสนาน เช่น การสตรีมเกม หรือการเล่นดนตรี เป็นต้น
  • การแสดง Reality เป็นวิดีโอที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง โดยเน้นความสมจริง และสร้างความรู้สึกร่วมได้ เช่น การทำอาหาร หรือการแสดงละคร เป็นต้น
  • การรีวิวอาหาร สถานที่ หรือสินค้า การทำวิดีโอประเภทนี้สามารถทำได้ทั้งรูปแบบของวิดีโอสั้น และวิดีโอขนาดยาว โดยเน้นการรีวิว หรือแนะนำ เพื่อกระตุ้นการซื้อขาย หรือความต้องการ
  • การให้ความรู้ การเรียนการสอน หรือการพัฒนาตนเอง เป็นคอนเทนต์วิดีโอยอดนิยม และมีประโยชน์มากๆ เหมาะกับทั้งคนที่ชอบถ่ายคลิปเล่า หรือบรรยายแบบเห็นหน้า หรืออยากอัดเสียงประกอบรูปภาพแบบพอดแคสต์ก็สามารถทำได้

สายกราฟิก ผลิตรูปภาพ

คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายกราฟิก ทำรูปภาพ เป็นคอนเทนต์ที่เน้นอัปโหลดลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยม เช่น Facebook, Instagram, หรือเว็บไซต์ โดยคอนเทนต์ประเภทรูปภาพ หรือกราฟิกต่างๆ มักเป็นในรูปแบบของ Banner หรือ Photo Album ซึ่งแตกต่างกันออกไปตามเนื้อหา หรือจุดประสงค์ที่ต้องการนำเสนอ รวมไปถึงแพลตฟอร์มที่ใช้อีกด้วย 

คอนเทนต์ประเภทรูปภาพ หรือกราฟิกมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ การทำอินโฟกราฟิก คอนเทนต์กระตุ้นการขาย หรือคอนเทนต์แบบเรียลไทม์ เพื่อติดตามกระแสของสังคม ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้ต้องอาศัยกราฟิกดีไซเนอร์ในการออกแบบ Artwork หรือผลงานให้มีความโดดเด่น น่าสนใจ และมีความสวยงาม เพื่อให้นำเสนอเนื้อหาได้อย่างกระชับ ครบถ้วน เข้าถึงง่าย และดึงดูดผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สายบล็อกเกอร์ ผลิตบทความ

คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายบล็อกเกอร์ ผลิตบทความ หรือการสร้างคอนเทนต์ประเภทงานเขียน ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นรูปแบบของบทความเว็บไซต์ บล็อก หรือโพสต์ในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะบทความในเว็บไซต์ที่ต้องเขียนออกมาในรูปแบบ SEO Content เพื่อให้เนื้อหาบทความมีความน่าเชื่อถือ ตอบโจทย์กับ Search Engine อย่าง Google และสามารถจัดอันดับบนหน้าเสิร์ช Google ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

นอกจากนี้ ยังมีการเขียนบล็อกที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะสามารถเขียนได้ง่าย อัปโหลดลงบนแพลตฟอร์มได้หลากหลาย เนื้อหาสามารถเขียนได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการรีวิวสินค้า การแชร์ประสบการณ์ หรือการเขียนเนื้อหาแบบเฉพาะด้านเพื่อสร้างรายได้

วิธีสร้างคอนเทนต์ของครีเอเตอร์ ดิจิทัล หรือ Content Creator ให้มีประสิทธิภาพ

วิธีสร้างคอนเทนต์ของครีเอเตอร์ ดิจิทัล หรือ Content Creator ให้มีประสิทธิภาพ

ครีเอเตอร์ ดิจิทัล หรือ Content Creator คืออาชีพที่มีบทบาทที่หลากหลาย ไม่เพียงแค่การเขียน การทำกราฟิก หรือการตัดต่อวิดีโอ แต่ยังมีหน้าที่อื่นๆ ที่สำคัญต่อการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ โดยคอนเทนต์ครีเอเตอร์จะมีวิธีการสร้างคอนเทนต์อย่างไรบ้าง ไปดูกัน

1. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนเทนต์ที่จะทำ

ก่อนลงมือผลิตคอนเทนต์ในแต่ละรูปแบบ คอนเทนต์ครีเตอร์จะต้องวิเคราะห์ข้อมูล หรือกลยุทธ์ต่างๆ ที่ได้รับจากนักการตลาด เช่น Business Canvas, SWOT, หรือ Customer Persona เป็นต้น เมื่อคอนเทนต์ครีเอเตอร์รู้ว่าธุรกิจ หรือแบรนด์มีเป้าหมาย และจุดประสงค์ในการขายอย่างไร มีกลุ่มลูกค้าเป็นใคร อายุเท่าไร หรือเพศไหน คอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็จะสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ได้ว่า ควรวางแผน หรือทำคอนเทนต์ออกมาอย่างไร เผยแพร่ออกไปในช่องทางไหน ช่วงเวลาใด และต้องสื่อสารอย่างไรให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

2. หาไอเดียในการสร้างคอนเทนต์

การคิดหาไอเดียในการสร้างสรรค์ ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญของ Content Creator เนื่องจากการผลิตคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ สิ่งสำคัญคือการทำอย่างไรให้คนติดตามอ่าน หรือชมเรื่องราว พร้อมกับมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และการแชร์ต่อ เพื่อให้คอนเทนต์เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น เพื่อให้แบรนด์ หรือธุรกิจเติบโต และเป็นที่รู้จักผ่านช่องทางต่างๆ มากขึ้น 

โดยการค้นหาไอเดียต่างๆ สามารถทำได้หลายวิธี เริ่มต้นจากการคิดว่าอยากทำคอนเทนต์ที่เป็นแบบมาเร็วไปเร็ว ตามทันกระแสโลกแบบ Tropical Content หรืออยากทำคอนเทนต์แบบ Evergreen ที่เนื้อหาจะอยู่ได้ตลอดกาลไม่มีวันเก่า หรือหมดความนิยม จากนั้นสามารถใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยค้นคว้าข้อมูลในการนำมาสร้างสรรค์ไอเดียที่หลากหลาย และตรงความสนใจของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เช่น Google Trends, Answer The Public, Google Keyword Planner, KWFinder หรือเครื่องมือ Social Listening ต่างๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

3. วางแผนในการจัดทำคอนเทนต์

หลังจากศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลกันแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการลงมือวางแผนจัดทำคอนเทนต์ เพื่อให้ทราบว่าควรเริ่มทำอะไรก่อน และหลัง หรือการตั้งไทม์ไลน์ให้ชัดเจน เพื่อให้งานเสร็จทันเวลา และมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยทั่วไปแล้ว Conten Creator สามารถวางแผนการทำงาน หรือการสร้างคอนเทนต์ผ่านเครื่องมือออนไลน์ต่างๆ เช่น Google Calendar หรือแพลตฟอร์มปฏิทิน หรือตารางการทำงานอื่นๆ เพื่อใส่ข้อมูลลงไปว่า ในช่วงเวลาหนึ่งอาทิตย์ หรือหนึ่งเดือนจะมีคอนเทนต์ไหนบ้างที่ต้องทำ และต้องเผยแพร่ลงในแพลตฟอร์มต่างๆ

4. สร้างคอนเทนต์ตามแผนที่วางไว้ และตรวจสอบก่อนเผยแพร่

เมื่อทำการวางแผนการจัดทำคอนเทนต์เสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือทำ โดยการสร้างคอนเทนต์ก็แตกต่างกันออกไปตามประเภทที่วางแผน เช่น หากเป็นงานเขียนก็อาจทำบน Google Doc เพราะสามารถทำงานร่วมกันได้ง่ายในทีม ทำให้ง่ายต่อการเขียน การตรวจสอบเนื้อหา หรือใส่ Key Messgage ให้ตรงตามที่วางแผนไว้ หรือหากเป็นงานวิดีโอก็อาจทำในแอปพลิเคชันตัดต่อที่แตกต่างกันออกไปตามการทำงาน เช่น Adobe Premiere Pro หรือ Final Cut Pro เป็นต้น

โดยการตรวจสอบผลงานก่อนเผยแพร่ก็แตกต่างกันออกไปตามประเภทคอนเทนต์ เช่น งานเขียนที่โดยทั่วไปมักมีฝ่ายบรรณาธิการ เอดิเตอร์ หรือคนในทีมช่วยกันตรวจสอบของกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นคำผิด การคัดลอกเนื้อหา หรือจุดประสงค์ที่ต้องการนำเสนอ หรือหากเขียนเอง ตรวจสอบ และเผยแพร่เองก็สามารถใช้เครื่องมือออนไลน์เพื่อช่วยตรวจสอบได้ เช่น Grammarly (สำหรับบทความ หรือเนื้อหาภาษาอังกฤษ) หรือ ReadAwrite (สำหรับบทความ หรือเนื้อหาภาษาไทย)

5. ติดตาม Performance และ KPI

เมื่อเผยแพร่คอนเทนต์ลงไปบนแพลตฟอร์มแล้วสักระยะหนึ่ง สิ่งสำคัญคือการวัดผลว่าผลงานนั้นๆ มีประสิทธิภาพ หรือได้รับการตอบรับที่ดีมากน้อยเพียงใด เพื่อทำการวิเคราะห์ว่าผลงานสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรกหรือไม่ โดยขั้นตอนการวัดผลสามารถทำได้โดยการติดตาม Performance และ KPI ผ่านทาง Social Media Tools เช่น Facebook Creator Studio และ Twitter For Business หรือ  ผ่านทาง Social Media Marketing Tools ต่างๆ เช่น  Fanpage Karma, Mention หรือ Keyhole เป็นต้น 

หากต้องการติดตามประสิทธิภาพของเนื้อหาบนเว็บไซต์ สามารถใช้ Google Analytics หรือ Google Search Console ได้เลย ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อนำเอามาทำการวิเคราะห์ปรับใช้ และพัฒนาเนื้อหาคอนเทนต์ในอนาคตได้

Hard Skill และ Soft Skill ที่จำเป็นของการเป็น Content Creator

Hard Skill และ Soft Skill ที่จำเป็นของการเป็น Content Creator

มาถึงตรงนี้หลายคนคงมีคำถามกันว่า แล้วถ้าอยากเป็น Content Creator ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง? ซึ่งทักษะที่จำเป็นในการจะเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ประกอบไปด้วย Hard Skill และ Soft Skill ดังนี้

ทักษะ Hard Skill มีอะไรบ้าง

ทักษะ Hard Skill ที่จำเป็นของ Content Creator มีดังนี้

  • ทักษะด้านโซเชียลมีเดีย (Social Media Skill) คือทักษะความสามารถในการใช้งาน และเข้าใจโซเชียลมีเดีย เนื่องจากอาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์คืออาชีพที่ต้องใกล้ชิด และทำงานอยู่กับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียตลอดเวลา
  • ทักษะการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือการค้นหา (Search Engine Optimization Skill) คือทักษะความสามารถในการเรียนรู้ และเข้าใจหลักการทำงานของระบบ Search Engine โดยเฉพาะ Google Search Engine เนื่องจากการผลิตคอนเทนต์ที่เป็นบทความเว็บไซต์ วิดีโอ หรือรูปภาพต่างๆ จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพของเนื้อหา เพื่อให้ติดอันดับต้นๆ ของหน้า Search Engine
  • ทักษะการสร้างเนื้อหา (Content Creation Skill) คือทักษะที่จำเป็นมากๆ ไม่ว่าจะเป็นทักษะการเขียน การเล่าเรื่อง การตัดต่อวิดีโอ หรือการทำกราฟิก โดยทั่วไปแล้วทักษะเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องทำได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยควรเชี่ยวชาญในเฉพาะด้าน เพื่อให้สามารถผลิตคอนเทนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือหากมีหลายๆ ทักษะก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงาน
  • ทักษะการใช้โปรแกรมและเครื่องมือ (Programs and Tools Skill) คือทักษะการใช้เครื่องมือ หรือโปรแกรมต่างๆ ที่ใช้สร้างสรรค์คอนเทนต์ เช่น โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ หรือการทำกราฟิก รวมไปถึงการใช้เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการตลาด
  • ทักษะการสืบค้น (Research Skill) คืออีกหนึ่งทักษะที่มีความสำคัญ เนื่องจากการทำคอนเทนต์จำเป็นต้องตรวจสอบที่มาที่ไปของเนื้อหา หรือข้อมูลที่นำเสนอ เพื่อความถูกต้องของเนื้อหาที่นำมาอ้างอิง คุณภาพของผลงาน และประสิทธิภาพในการนำเสนอ

ทักษะ Soft Skill มีอะไรบ้าง

ทักษะ Soft Skill ที่จำเป็นของ Content Creator มีดังนี้

  • ทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคล (Interpersonal Skill) คือทักษะการสื่อสารในการทำงานกลุ่ม หรือการทำงานเป็นทีม การมีทักษะการสื่อสารที่ดีจะช่วยให้การทำงานเป็นทีมมีความราบรื่น สามารถช่วยกันวางแผนงาน และแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสื่อสารเรื่องราวต่างๆ ในเนื้อหาคอนเทนต์ก็จำเป็นต้องมีทักษะนี้ เพื่อให้สื่อสารออกมาได้ตรงประเด็น และเข้าใจง่าย
  • ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creativity Skill) คือทักษะการคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ หรือการคิดนอกกรอบ ซึ่งถือเป็นทักษะสำคัญในการทำงานคอนเทนต์ เพราะการผลิตคอนเทนต์ที่มีความสร้างสรรค์ สามารถทำให้ผู้ชม ผู้อ่าน หรือผู้ฟังอยากติดตาม อยากมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ตลอดจนการแชร์ต่อคอนเทนต์นั้นๆ ออกไปให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
  • ทักษะการจัดการ (Organizing Skill) คือทักษะการจัดการตัวเอง และการจัดการทีมงาน เนื่องจากการทำงานคอนเทนต์แต่ละชิ้นจำเป็นต้องมีการวางแผนงาน ระยะเวลาการทำงาน และกำหนดการเผยแพร่ ทำให้ต้องมีการจัดการเวลา และบริหารการทำงานที่ดี เพื่อให้การทำงานเสร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนด
  • ทักษะการเรียนรู้ (Lifelong Learning Skill) คือทักษะการเรียนรู้แบบไม่มีที่สิ้นสุด จะช่วยให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา เพื่อนำเอามาปรับปรุง และพัฒนาคอนเทนต์ต่อไปได้ในอนาคต อีกทั้งยังควรมีการติดตามข่าวสาร หรือสถานการณ์ต่างๆ ให้ทันกระแสโลก เพื่อให้สามารถสร้างคอนเทนต์ได้หลากหลายมากขึ้น
  • ทักษะการเอาใจใส่ในรายละเอียด (Detail-Oriented Skill) คือทักษะการใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การทำงานร่วมกันเป็นทีม หรือรายละเอียดของงานที่ทำ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และทำให้ผลงานมีคุณภาพมากที่สุด

สรุป

คอนเทนต์ครีเอเตอร์ หรือครีเอเตอร์ดิจิทัล คือ ผู้ที่สร้างสรรค์เนื้อหา หรือคอนเทนต์ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบล็อก บทความเว็บไซต์ การทำกราฟิก รูปภาพ หรือการทำคลิปวิดีโอเผยแพร่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งอาชีพครีเอเตอร์คืออาชีพที่มีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นอาชีพที่ช่วยส่งเสริมให้แบรนด์ หรือธุรกิจสามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งใครๆ ก็สามารถทำได้ หากมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย หรือแพลตฟอร์มต่างๆ รวมไปถึงมีความเข้าใจการทำคอนเทนต์ให้ตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

หากคุณอยากเริ่มต้นเป็นคอนเทนต์ดิจิทัล หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็สามารถเริ่มทำได้เลย โดยสามารถเลือกตามความถนัดของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นสายบล็อกเกอร์ สายกราฟิก หรือสายตัดต่อ จากนั้นก็ทำการศึกษาทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นในการทำงานสายอาชีพครีเอเตอร์ เพื่อเสริมทักษะ และประสิทธิภาพในการทำงานต่อไปในอนาคต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ครีเอเตอร์ ดิจิทัล หรือ Content Creator (FAQ)

หากใครยังมีคำถามสงสัย บทความนี้ได้รวมข้อสงสัยเกี่ยวกับ Content Creator หรือ ครีเอเตอร์ ดิจิทัลมาตอบคำถามเพื่อให้ไขข้อสงสัยกันได้มากขึ้น ดังนี้

อยากเป็น Content Creator ต้องเรียนอะไร จบสายอะไร?

ความจริงแล้ว ไม่ว่าจะจบสายไหนมาก็สามารถเป็น Content Creator ได้ เนื่องจากสามารถเรียนรู้การทำงานได้จากช่องทางออนไลน์ต่างๆ การอ่านหนังสือ หรือการคลุกคลีกับงานที่ถนัดอย่างเป็นประจำ แต่สำหรับคนที่มีความใฝ่ฝันอยากทำอาชีพครีเอเตอร์ หรือ Content Creator แต่ยังอยู่ในช่วงของการเตรียมตัวเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย สามารถเลือกเรียนคณะ หรือสาขาต่อไปนี้ เพื่อเรียนรู้พื้นฐานการเริ่มต้นเป็นนักสร้างคอนเทนต์ได้

  • คณะนิเทศศาสตร์
  • คณะสื่อสารมวลชน
  • คณะศิลปศาสตร์
  • คณะอักษรศาสตร์

อาชีพ Content Creator มีรายได้เท่าไร?

รายได้จากการทำอาชีพครีเอเตอร์ หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ จะขึ้นอยู่กับปัจจัยที่แตกต่างกันออกไป เช่น ประเภทของธุรกิจ หน้าที่การทำงานที่ได้รับมอบหมาย และประสบการณ์การทำงาน โดยมีรายได้เฉลี่ย ดังนี้

  • นักศึกษาจบใหม่ หรือคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ รายได้ประมาณ 15,000 – 20,000 บาท
  • ประสบการณ์ 1-5 ปี รายได้ประมาณ 20,000 – 35,000 บาท
  • ประสบการณ์ 5 ปีขึ้นไป รายได้ประมาณ 35,000 บาทขึ้นไป

Content ประเภทไหนที่คนชอบที่สุด?

คอนเทนต์ที่คนชื่นชอบในปัจจุบันก็มีหลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบ ความสนใจ ช่วงอายุ รวมไปถึงคุณภาพของคอนเทนต์ที่นำเสนอ โดยทั่วไปแล้วคอนเทนต์ที่มักเป็นที่นิยม มีดังนี้

  • เรื่องสนุกสนาน ตลกขบขัน มีม 
  • การเล่าเรื่องย้อนอดีต ประวัติศาสตร์ 
  • การเล่าเรื่องเทรนด์ธุรกิจ เศรษฐกิจ 
  • เรื่องราวดราม่า เรื่องซุบซิบนินทา 
  • เรื่องราวที่มีความน่ารัก อบอุ่นหัวใจ 
  • ประสบการณ์ชีวิต การทำงาน การเรียน 
  • การตามกระแสคนดัง หรือดารา 
  • การถ่ายทอดสด 
  • การสร้างวิดีโอขนาดสั้น

Related Articles

ให้ธุรกิจของคุณเติบโตแบบก้าวกระโดดไปกับทีมการตลาดมืออาชีพ
รับการตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมง
รับการตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมง